วช. จัดเสวนา “เปิดมุมมองวิจัยอาหารสุขภาพไทย…ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพทางจุลินทรีย์” ในงาน “NRCT Forum 2025” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา วช. ครบรอบ 66 ปี

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดเสวนาในหัวข้อเรื่อง “เปิดมุมมองวิจัยอาหารสุขภาพไทย…ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพทางจุลินทรีย์” ในงาน “NRCT Forum 2025” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา วช. ครบรอบ 66 ปี ภายใต้แนวคิด “66 ปี วช. สานพลังองค์ความรู้ เชิดชูคุณค่านักวิจัย ยกระดับอนาคตไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” ณ ห้องประชุม ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตน์ ชั้น 2 อาคาร วช.1 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดยงานนี้ได้รับเกียรติจาก รศ.ดร. สุทธิพันธุ์ แก้วสมพงษ์ ผู้บริหารจัดการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพจุลินทรีย์เพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ร่วมบรรยายและถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชีวภาพทางจุลินทรีย์ในการพัฒนาอาหารสุขภาพของไทย โดยนำเสนอทั้งมิติของงานวิจัย แนวโน้มอุตสาหกรรมอาหารสุขภาพ และศักยภาพของจุลินทรีย์ในการยกระดับมาตรฐานและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหารในอนาคต

เนื้อหาจากการเสวนาชี้ให้เห็นว่า เทคโนโลยีชีวภาพด้านจุลินทรีย์เป็นเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นการประยุกต์ ใช้จุลินทรีย์เพื่อสร้างประโยชน์และต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ ครอบคลุมทั้งระดับครัวเรือนและระดับอุตสาหกรรม จุลินทรีย์มีบทบาทสำคัญในกระบวนการผลิตอาหารพื้นบ้าน เช่น อาหารหมักดอง นมเปรี้ยว และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีชีวภาพในปัจจุบันช่วยยกระดับกระบวนการผลิตเหล่านี้โดยอาศัยการแยก การคัดเลือก และการปรับปรุงสายพันธุ์จุลินทรีย์เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีความสม่ำเสมอ มีมาตรฐานความปลอดภัย และคุณภาพที่เชื่อถือได้ตามเกณฑ์ของอุตสาหกรรมเกษตรสมัยใหม่ ขณะเดียวกันแนวโน้มการใช้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มโปรไบโอติกซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่ให้ประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหาร ผลิตภัณฑ์ที่พบได้ทั่วไป เช่น โยเกิร์ต นมเปรี้ยว และเครื่องดื่มหมัก ซึ่งมีการพัฒนาให้เหมาะกับผู้บริโภคยุคใหม่ ตลอดจนอาหารเสริมโปรไบโอติกในรูปแบบเม็ดหรือผง สำหรับประเทศไทยมีการพัฒนาและคัดเลือกสายพันธุ์จุลินทรีย์เพื่อนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารและโภชนาการเพิ่มมากขึ้น ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ การเสริมซินไบโอติกในนมสำหรับเด็ก ซึ่งช่วยสนับสนุนสุขภาพลำไส้และพัฒนาการในวัยเยาว์ นอกจากนี้โปรไบโอติกยังเริ่มถูกผนวกในสินค้าอุปโภคบริโภคหลากหลายประเภท ทำให้จุลินทรีย์กลายเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้วัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ทางอาหาร การเติบโตของแนวโน้มดังกล่าวได้รับแรงขับเคลื่อนสำคัญจากความตระหนักด้านสุขภาพของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นประกอบกับหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนประโยชน์ของโปรไบโอติกต่อสุขภาพลำไส้และระบบภูมิคุ้มกันส่งผลให้อุตสาหกรรมอาหารและสุขภาพนำเทคโนโลยีชีวภาพด้านจุลินทรีย์มาใช้มากขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในเชิงพัฒนาและเชิงพาณิชย์ ทำให้ภาพรวมของตลาดผลิตภัณฑ์ที่ใช้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ยังคงมีทิศทางที่สดใสทั้งในประเทศและระดับสากล

กิจกรรมครั้งนี้ยังเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างนักวิจัย ผู้ประกอบการ และผู้กำหนดนโยบาย เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับศักยภาพของจุลินทรีย์ในฐานะแรงขับเคลื่อนการพัฒนาทางเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) ของไทยอันจะนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การสร้างโอกาสทางธุรกิจ และการยกระดับอุตสาหกรรมอาหารสุขภาพในอนาคตอย่างมีทิศทางและยั่งยืน

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก Facebook ของ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)