วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 รองศาสตราจารย์ ดร.สุทธิพันธุ์ แก้วสมพงษ์ ผู้บริหารศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพจุลินทรีย์เพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร และ รองศาสตราจารย์ ดร.มัสลิน นาคไพจิตร สมาชิกศูนย์ฯ ได้รับเกียรติเข้าร่วมเป็นวิทยากรในกิจกรรมชี้แจงกรอบการวิจัยและนวัตกรรมของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ประจำปีงบประมาณ 2570 (NRCT Open House 2026) พร้อมการแถลงผลสำเร็จจากผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านเศรษฐกิจและการเกษตร ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อาคาร วช.1 โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ทิศทางการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ สร้างความเข้าใจแก่ผู้สนใจในการจัดทำข้อเสนอขอรับทุนวิจัย และนำเสนอแนวทางการพัฒนางานวิจัยให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและความต้องการของภาคส่วนต่าง ๆ
ภายในงานมีการเสวนาในหัวข้อ “แนวทางการเขียนและพิจารณาข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมด้านเศรษฐกิจและการเกษตร ประจำปีงบประมาณ 2570” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุทธิพันธุ์ แก้วสมพงษ์ ได้รับเกียรติบรรยายในหัวข้อ “เทคโนโลยีชีวภาพ” ถ่ายทอดแนวทางการพัฒนาข้อเสนอการวิจัยที่สอดคล้องกับกรอบการสนับสนุนของ วช. โดยมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและผลิตภัณฑ์เกษตร ยกระดับการผลิตสู่เกษตรมูลค่าสูง และส่งเสริมการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและสังคม พร้อมยกตัวอย่างแนวทางการพัฒนางานวิจัยที่สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริงในภาคอุตสาหกรรม




นอกจากนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.มัสลิน นาคไพจิตร ได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดทำข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมในหัวข้อ “เปลี่ยนงานวิจัย สร้างมูลค่า จากต้นแบบสู่ตลาดจริง” โดยถ่ายทอดแนวคิดและประสบการณ์ในการต่อยอดผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ การสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลงานวิจัย และการผลักดันนวัตกรรมให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการสร้างความร่วมมือระหว่างนักวิจัย ภาคเอกชน และผู้ใช้ประโยชน์ เพื่อให้ผลงานวิจัยสามารถนำไปใช้ได้จริงและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคม

การได้รับเกียรติร่วมเป็นวิทยากรของนักวิจัยทั้งสองท่านสะท้อนถึงศักยภาพและความเชี่ยวชาญของศูนย์ฯ และเครือข่ายศูนย์ฯ ในการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีชีวภาพจุลินทรีย์ ตลอดจนการมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์ และสนับสนุนการสร้างผลงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง เพื่อยกระดับภาคการเกษตร อุตสาหกรรมเกษตร และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก Facebook ของ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
